แมนยู 1-1 เวสต์แฮม กลายเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่แฟนผีแดงต้องถอนหายใจกันยาวๆ เพราะมันไม่ใช่แค่ผลเสมอธรรมดา แต่เป็นเกมที่เต็มไปด้วยโมเมนต์แปลกๆ ทั้งการออกสตาร์ทที่ช้า การขาดความคมในพื้นที่สุดท้าย รวมถึงจังหวะยืนตำแหน่งตอนรับลูกนิ่งที่ทำให้ทีมต้องเสียประตูตีเสมอในช่วงสำคัญ เหมือนทีมกำลังก้าวไปข้างหน้าแต่ถูกดึงกลับมาจุดเดิมทุกครั้ง มันให้ความรู้สึกประมาณว่าพอจะมองเห็นแสงปลายอุโมงค์แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเดินไปถึงได้เมื่อไหร่
ต้องบอกว่าตลอด 90 นาที แมนฯ ยูไนเต็ดไม่ได้เล่นแย่จนรับไม่ได้ เพียงแต่มันคือเกมที่ทุกจังหวะสำคัญกลับไม่คมพอ ทุกการตัดสินใจเหมือนจะใช่แต่ไม่สุด และสุดท้ายก็โดนลงโทษด้วยลูกตีเสมอที่มาจากความผิดพลาดเล็กๆ แต่เป็นเรื่องใหญ่ในสนามระดับพรีเมียร์ลีก ซึ่งเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ทันทีแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดมาก
แมนยู 1-1 เวสต์แฮม โมเมนต์สำคัญที่ทำให้เกมนี้เปลี่ยนหน้า
ถ้ามองจากในสนาม จะเห็นได้ชัดเลยว่าช่วง 10 นาทีแรก เวสต์แฮมมาด้วยความมั่นใจเต็มถัง ไล่เพรสสูง แย่งบอลกลางสนามอย่างดุดัน จนทำให้เกมของแมนฯ ยูไนเต็ดติดๆ ขัดๆ ไปหมด ลัมเมนส์ต้องออกแรงใช้เท้าแก้เกมหลังบ้านบ่อยกว่าปกติ เฮฟเว่นและชอว์เองก็โดนบีบจนไม่ค่อยได้ตั้งเกมแบบที่คุ้นเคย
แต่หลังผ่านช่วงนั้นไป ผีแดงเริ่มตั้งหลักได้ อาหมัด ดิยัลโล่กับดาโลต์พยายามเติมเกมทางริมเส้น แต่ปัญหาก็ยังเหมือนเดิม คือการเชื่อมแดนกลางไปสู่แนวรุกยังไม่ไหลลื่นเท่าไหร่ คุนญ่าและเอ็มเบอโม่พอมีจังหวะพลิกใช้ความเร็ว แต่ยังไม่เฉียบขาดพอที่จะเปลี่ยนเป็นสกอร์
จนเกมดำเนินไปแบบที่เรียกว่าพอๆ กัน ไม่มีใครชัดเจนกว่าใคร ครึ่งแรกเลยจบลงแบบไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้นเท่าไหร่
ครึ่งหลังถึงจะเริ่มมีสีสัน แมนฯ ยูไนเต็ดเดินเกมเร็วขึ้น กล้าแทงช่องมากขึ้น และในที่สุดก็มาประตูขึ้นนำจากจังหวะที่แฟนบอลลุกขึ้นเฮพร้อมกัน ดาโลต์โชว์ความมั่นใจด้วยการเข้าชาร์จแบบไม่จับ ยิงเต็มข้อเข้าเสาไกลชนิดที่อาเรโอล่าได้แต่ยืนมอง ถือเป็นลูกที่ปลุกพลังในโอแอลด์ แทรฟฟอร์ดได้ดีทีเดียว
แต่เสน่ห์ของพรีเมียร์ลีกคืออะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ และเกมนี้ก็แสดงให้เห็นคอนเซ็ปต์นั้นอย่างชัดเจน เมื่อช่วงท้ายเกม เวสต์แฮมได้ลูกเตะมุมที่ดูเหมือนไม่มีอะไร นุสแซร์ มาซราวีก็เหมือนทำดีแล้วดักบอลไว้อย่างถูกที่ แต่การเคลียร์บอลไม่เด็ดขาดทำให้ไปเข้าทาง มากัสซ่า ที่วิ่งมาแปเน้นๆ ไม่ต้องคิดมาก เสียบเสาแบบเฉียบไร้ความปราณี กลายเป็นประตูตีเสมอที่ทำให้แฟนผีทั้งสนามกุมหัวพร้อมกัน
ภาพรวมจังหวะนั้นพูดง่ายๆ เลยคือ ผีแดงโดนยิงท้ายเกมเจ๊าขุนค้อน เพราะเสียสมาธิไปแค่ช่วงเสี้ยววินาทีเท่านั้น
บทสรุปภาพรวมฟอร์มของแมนฯ ยูไนเต็ด ดีขึ้นแต่ยังไม่ดีพอ
เกมนี้ต้องบอกตามตรงว่าแมนฯ ยูไนเต็ดมีพัฒนาการ แต่เป็นพัฒนาการที่ยังไม่เสถียรพอที่จะทำให้แฟนบอลรู้สึกมั่นใจ ทีมมีการเคลื่อนบอลที่รวดเร็วขึ้น กล้าเล่นมากขึ้น นักเตะหลายคนกำลังหาฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองกลับมา แต่สิ่งที่ยังขาดคือความนิ่งในช่วงเวลาสำคัญ
บรูโน่ในเกมนี้มีจังหวะออกบอลสวยๆ บ้าง แต่ก็ยังไม่ใช่เวอร์ชันที่คุมเกมได้แบบเด่นชัด กาเซมีโร่มีจังหวะช่วยสกัดหลายครั้ง แต่ความเร็วเริ่มตามเกมอังกฤษไม่ทัน ส่วนคุนญ่ากับเอ็มเบอโม่ยังต้องการการสนับสนุนมากกว่านี้
ในด้านเกมรับ ลัมเมนส์ทำได้ดีเกินอายุ แต่การคุมพื้นที่ตอนรับลูกตั้งเตะยังต้องพัฒนา ส่วนมาซราวีแม้จะทำผลงานโดยรวมดี แต่จังหวะเคลียร์บอลผิดพลาดเพียงครั้งเดียวก็ทำให้ทีมเสียสองแต้มไปแบบเจ็บๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยในฤดูกาลนี้
ท้ายที่สุด ผลเสมอนี้ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ดมี 22 แต้ม เท่ากับลิเวอร์พูล แต่ได้ประตูได้เสียที่ดีกว่า ทำให้ขยับขึ้นที่ 8 ชั่วคราว ส่วนเวสต์แฮมยังคงอยู่ในโซนตกชั้น ซึ่งฟอร์มแบบนี้ต้องเร่งปรับอย่างหนักถ้าไม่อยากหนีตกชั้นยาวทั้งปี
แมนยู 1-1 เวสต์แฮม จุดที่ต้องแก้ และสิ่งที่ต้องทำให้ดีขึ้นในเกมถัดไป
ถ้ามองแบบนักข่าวที่นั่งวิเคราะห์อยู่ริมสนาม ประเด็นที่แมนฯ ยูไนเต็ดต้องแก้เร่งด่วนคือเรื่องความนิ่งในพื้นที่สุดท้าย ทั้งการยิง การจ่ายบอล และการยืนตำแหน่งเวลารับลูกนิ่ง เพราะทุกอย่างพังง่ายเกินไปในสถานการณ์ที่ไม่ควรพลาด
อีกเรื่องคือการเปลี่ยนจังหวะเกมให้เฉียบคมกว่านี้ บางช่วงทีมขึงเกมได้ดี แต่ขาดจังหวะเร่งสปีดให้คู่แข่งหายใจไม่ทัน กลายเป็นรูปแบบการเล่นที่อ่านง่ายเกินไป เมื่อเจอทีมที่มีวินัยอย่างเวสต์แฮม ผลลัพธ์เลยออกมาค่อนข้างนิ่งและคาดเดาได้
เกมหน้าที่ต้องไปเยือนวูล์ฟ ถือว่าไม่ง่ายแน่นอน เพราะพวกเขาเป็นทีมที่เล่นในบ้านได้แข็งพอสมควร และมีจังหวะสวนกลับที่อันตราย หากแมนฯ ยูไนเต็ดไม่ปรับสปีดเกมและความนิ่ง อาจเจอปัญหาเดิมซ้ำอีกก็เป็นได้
ส่วนเวสต์แฮมเองจะไปเยือนไบรท์ตัน ซึ่งเป็นอีกทีมที่ใช้บอลเร็วและแกะเพรสเก่ง ถ้าไม่เพิ่มคุณภาพเกมรุก อาจต้องเหนื่อยยาวในการลุ้นอยู่รอด
และก่อนจะจบ ต้องบอกว่าใครที่ติดตามฟุตบอลพร้อมมองหาคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ดีๆ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ufa800 ซึ่งมีอัปเดตข่าวฟุตบอลให้ตามกันต่อแบบทันเหตุการณ์
ถ้าดูจากภาพรวมทั้งหมด เกมนี้คือบทเรียนอีกหนึ่งบทของแมนฯ ยูไนเต็ดในเส้นทางการกลับมาเป็นทีมลุ้นท็อปโฟร์ เพราะถ้าคุณอยากเป็นทีมที่ใหญ่จริง คุณต้องปิดเกมให้ได้เมื่อมีโอกาส ไม่ใช่ปล่อยให้คู่แข่งดิ้นจนกลับมามีลมหายใจ แล้วมาแบ่งแต้มกันแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ท้ายที่สุด ผลการแข่งขันอาจไม่ถูกใจแฟนบอล แต่ก็ยังมีสิ่งดีๆ ให้ต่อยอดได้ และหวังว่าในเกมหน้าแฟนผีจะได้เห็นทีมที่เฉียบคมกว่านี้สักที ทั้งเรื่องเกมรุก เกมรับ และการเก็บชัยชนะในจังหวะที่ควรได้
