ผีแดงโดนยิงท้ายเกมเจ๊าขุนค้อน เกมนี้มันมีอะไรมากกว่าแค่ผลสกอร์ เพราะมันสะท้อนจังหวะทิศทางของทีมในฤดูกาลที่ขึ้นลงเหมือนรถไฟเหาะจริงๆ ตั้งแต่เสียงนกหวีดแรกบรรยากาศในสนามก็อัดแน่นด้วยความคาดหวังจากแฟนเจ้าถิ่นที่ตั้งใจมาดูชัยชนะแบบไม่ยอมกลับบ้านมือเปล่า แต่พอเกมเริ่มได้ไม่นาน กลับกลายเป็นเวสต์แฮมที่ตั้งจังหวะเกมได้ก่อน เหมือนพวกเขาอ่านทางแมนยูตั้งแต่ห้องแต่งตัวแล้วว่าต้องบุกกดดันเร็วเพื่อบั่นทอนความมั่นใจ
ช่วง 10 นาทีแรก เวสต์แฮมเล่นแบบใจกล้ามาก ไล่เพรสสูงจนแนวรับยูไนเต็ดมีจังหวะพลาดเล็กๆ ตลอด แต่ก็ยังดีที่ลัมเมนส์ยืนตำแหน่งได้ดีและออกบอลได้ค่อนข้างนิ่ง ไม่งั้นอาจโดนทักทายตั้งแต่ต้นเกมไปแล้ว ส่วนฝั่งปีศาจแดงเอง กว่าจะเริ่มตั้งหลักและหายใจเป็นจังหวะก็ผ่านไปเกือบ 15 นาที แม้คอนโทรลเกมได้มากขึ้น แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือพวกเขาแทบไม่มีจังหวะจบเน้นๆ แทบจะนับนิ้วได้
ช่วงครึ่งแรกเลยออกมาแบบจืดสนิท แฟนบอลบางคนถึงกับยกโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กผลคู่ ufa800 ระหว่างรอให้เกมมันเปลี่ยนจังหวะบ้าง แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่าครึ่งแรกมันไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นนักนอกจากการยื้อแย่งพื้นที่แดนกลาง
ผีแดงโดนยิงท้ายเกมเจ๊าขุนค้อน เกมเปลี่ยนเมื่อดาโลต์กดเปิดไหล่พาทีมขึ้นนำ
ต้องบอกเลยว่าครึ่งหลังแมนยูเหมือนถูกช็อตแรงๆ เพราะพวกเขากลับมาด้วยจังหวะที่กระตือรือร้นกว่าเดิม เหมือนมีคนไปเขย่าห้องแต่งตัวให้ตื่นจริงๆ การเซ็ตเกมเร็วขึ้น การขยับหาพื้นที่ดีขึ้น และที่สำคัญคือการเติมเกมของดาโลต์ที่วันนี้เรียกได้ว่าคล้องคอกับปีกจนเวสต์แฮมจับทางยากมาก
ประตูขึ้นนำเป็นจังหวะที่แฟนบอลในสนามถึงกับลุกขึ้นพร้อมกัน เสียงเฮดีดก้องออกไปถึงนอกสนามแบบไม่ต้องเปิดลำโพง ดาโลต์เก็บบอลในกรอบ ยิงด้วยขวาแบบไม่จับ ลูกพุ่งแน่นจนผู้รักษาประตูแทบไม่ได้ขยับ แมนยู 1-1 เวสต์แฮม กลายเป็นคีย์เวิร์ดที่กำลังถูกพิมพ์ในโลกออนไลน์ตอนนั้นทันที แต่ในสนามตอนนั้นยังไม่มีใครคาดคิดเลยว่าประตูนี้จะไม่เพียงพอสำหรับสามแต้ม
หลังขึ้นนำ ยูไนเต็ดคุมเกมได้ประมาณหนึ่ง แต่ปัญหาที่เห็นชัดคือตัวสำรองที่ลงมาไม่ได้เพิ่มมิติมากเท่าที่ควร จังหวะบุกเลยกลายเป็นแผ่วลงเรื่อยๆ เหมือนเครื่องยนต์ที่น้ำมันเริ่มไม่พอ
จุดเปลี่ยนท้ายเกม มาซราวีสกัดไม่ขาด ก่อนโดนมากัสซ่าซัดนิ่มๆ
ภาพในนาที 84 นั้นมันตรงตามคำว่าบาดลึกสำหรับแฟนผีจริงๆ ลูกเตะมุมที่ดูเหมือนไม่มีอะไรอันตรายมากนัก กลายเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนเกมทั้งหมด เพราะมาซราวีสกัดบอลออกจากหน้าประตูได้ก็จริง แต่ดันสกัดมุมที่เข้าทางมากัสซ่าแบบพอดิบพอดี
มากัสซ่ากดสวนแบบไม่ต้องสต็อป บอลพุ่งเร็วและเฉียบจนลัมเมนส์แทบไม่มีเวลาเซฟ เสียงแฟนเวสต์แฮมดังสนั่นในโอลด์แทร็ฟฟอร์ด เหมือนพวกเขายิงประตูเข้ารอบบอลถ้วยอะไรสักอย่าง ความเงียบกริบของแฟนเจ้าถิ่นนั้นเรียกได้ว่าดังยิ่งกว่าเสียงโห่ของทีมเยือนเสียอีก
หลังโดนตีเสมอ แมนยูพยายามโหมบุกในช่วงท้าย แต่เหมือนแรงฮึดสุดท้ายยังไม่พอ การเบียดแย่งบอลแดนกลางกลายเป็นเรื่องที่ปีศาจแดงทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายต้องยอมรับชะตากรรมแบ่งแต้มไปแบบน่าเสียดาย
ผีแดงโดนยิงท้ายเกมเจ๊าขุนค้อน คะแนนสะสมขยับแต่ความรู้สึกเหมือนถอยหลัง
ถึงแม้ผลเสมอจะทำให้แมนยูมี 22 คะแนนเท่าลิเวอร์พูล และทะยานขึ้นที่ 8 ด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า แต่ความรู้สึกหลังเกมมันไม่ใช่เรื่องของอันดับเลย มันคือเรื่องของโอกาสสองแต้มที่หายวับไปต่อหน้าต่อตา เพราะเกมนี้แมนยูมีช่วงที่ควบคุมเกมได้ดีพอจะปิดจ็อบ แต่วินัยเกมรับในจังหวะเซตพีซยังเป็นจุดอ่อนที่ยังต้องแก้แบบเร่งด่วน
จากมุมมองในสนาม บรรยากาศหลังจบเกมดูอึมครึมเล็กๆ นักเตะแมนยูหลายคนเดินออกห้องแต่งตัวแบบสีหน้าเรียบเฉย แต่ก็มีบางคนที่เห็นได้ชัดว่าผิดหวังตัวเอง ส่วนแฟนบอลก็ยังคงปรบมือให้ทีม แต่แววตาเต็มไปด้วยคำถามว่าเมื่อไหร่จะเห็นเกมที่ทีมปิดงานได้แบบไม่สะดุดแบบนี้
ด้านเวสต์แฮม แม้ยังอยู่อันดับ 18 แต่แต้มนี้สำคัญระดับหายใจต่อได้อีกหลายสัปดาห์ พวกเขาเล่นด้วยความมุ่งมั่นมากกว่าอันดับในตารางหลายเท่า และมากัสซ่าก็เป็นชื่อที่แฟนขุนค้อนพูดถึงกันทั้งวันหลังเกม
บทสรุปแบบผู้เห็นเหตุการณ์จริง เกมที่บอกหลายอย่างเกี่ยวกับอนาคตสองทีม
เกมนี้ไม่ใช่แค่ผลเสมอหนึ่งหนึ่ง มันคือบทสะท้อนการพัฒนาทีละนิดของแมนยู แต่ในขณะเดียวกันก็ยังเผยให้เห็นรูโหว่ที่ต้องแก้ทันทีถ้าอยากไล่ตามทีมหัวตาราง ส่วนเวสต์แฮมเองก็พิสูจน์ว่าพวกเขาไม่ได้เป็นทีมที่คู่แข่งจะมองข้ามได้อีกต่อไป
แมนยูจะมีคิวเยือนวูล์ฟในเกมถัดไป ซึ่งเป็นเกมที่ต้องการสามแต้มแบบสุดๆ เพื่อกอบกู้โมเมนตัม ขณะที่เวสต์แฮมต้องไปเยือนไบรท์ตันที่เล่นในบ้านได้ดีมาก แต้มนี้จึงเป็นกำลังใจมหาศาลสำหรับพวกเขา
สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนหลังดูเกมนี้จากขอบสนามคือ ทั้งสองทีมต่างรู้ดีว่าทุกแต้มในพรีเมียร์ลีกมันไม่ใช่ของง่าย และทุกการตัดสินใจเล็กๆ บางทีก็เป็นตัวกำหนดชะตาของเกมทั้งเกม
